คำนวณแรงดันลมยางที่แนะนำเมื่อเปลี่ยนไปใช้ยางที่มีดัชนีรับน้ำหนักต่างกัน ใช้สูตร TRA แรงดัน-น้ำหนัก
เครื่องคำนวณแรงดันลมยางช่วยปรับแรงดันที่เหมาะสมตามน้ำหนักบรรทุก อุณหภูมิ และประเภทการใช้งาน แรงดันลมที่ถูกต้องช่วยยืดอายุการใช้งานยาง ประหยัดน้ำเพลิง และรักษาความปลอดภัยในการขับขี่
ป้อนข้อมูลรถ น้ำหนักบรรทุก และอุณหภูมิแวดล้อม ระบบจะคำนวณแรงดันลมที่แนะนำตามดัชนีภาระของยางและเส้นโค้งภาระ-ความดันมาตรฐาน โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงดันตามอุณหภูมิ (ทุก 10°C อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงทำให้แรงดันเปลี่ยนประมาณ 1-2 psi)
ใส่ดัชนีรับน้ำหนัก (LI) และประเภท (SL หรือ XL) ของยางเดิม พร้อม PSI ที่แนะนำจากสติกเกอร์ประตู จากนั้นใส่ดัชนีรับน้ำหนักและประเภทของยางใหม่
สูตร TRA (น้ำหนัก = น้ำหนักสูงสุด × (P/Pmax)^0.585) คำนวณแรงดันที่ยางใหม่ต้องการเพื่อรับน้ำหนักเท่ากับยางเดิม
ตรวจสอบแรงดันเมื่อยางเย็นเสมอ อย่าเกินแรงดันเติมลมสูงสุดที่พิมพ์บนแก้มยาง หากไม่แน่ใจ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านยาง
หน่วยแรงดันแปลงกันตรง: 1 bar = 100 kPa = 14.50 psi ดังนั้นค่าเป้าหมายทั่วไป 2.2 bar เท่ากับ 220 kPa = 32 psi ตัวอย่าง: สติกเกอร์ประตูที่ระบุ 230 kPa แปลงได้ 33.4 psi หรือ 2.30 bar ควรวัดแรงดันเสมอขณะ "ยางเย็น" ก่อนขับหรือหลังจอดนิ่งนานกว่า 3 ชั่วโมง เพราะความร้อนจากการหมุนเพิ่มแรงดันประมาณ 1 psi ทุก 10°F (5.6°C) การอ่านยางร้อนนำไปสู่การเติมลมต่ำเรื้อรัง
ค่าที่สติกเกอร์ประตูคนขับคือคำแนะนำของผู้ผลิตรถสำหรับขนาดยางเดิมและใช้โดยไม่คำนึงถึงค่า "Max Press" ที่นูนบนแก้มยาง ซึ่งเป็นเพียงเพดานโครงสร้างของยาง ไม่ใช่ค่าเป้าหมาย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเติมลมถึงค่าสูงสุดบนแก้มยาง ซึ่งทำให้เติมลมมากเกิน ลดพื้นที่สัมผัส และเกิดการสึกหรอตรงกลางดอกยางพร้อมการขับที่กระแทกกว่า
เมื่อเปลี่ยนยางที่มี load index ต่างกัน ให้จับคู่ความสามารถรับน้ำหนักแทนที่จะคัดลอก psi เดิม: ยาง XL/Reinforced ต้องการแรงดันสูงกว่า Standard Load (SL) เพื่อให้รับน้ำหนักได้เท่ากัน เพิ่มประมาณ 3–5 psi เหนือค่าสติกเกอร์สำหรับการบรรทุกหนักหรือการลากบนทางด่วนตามคู่มือหลายฉบับ และตรวจแรงดันทุกเดือนเพราะยางสูญเสียลมประมาณ 1–2 psi ต่อเดือนและ 1 psi ต่ออุณหภูมิที่ลดลงทุก 5.6°C